ค นละครึ่ งเ ฟส 3 จ่อลงสมั คร เพิ่มอีก 16 ล้ านสิ ทธิ์

คลัง” เร่งโอนเงิ น “เร าช นะ-เร ารักกัน” เพิ่มคนละ 2,000 บ าท พ.ค.นี้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

จ่อเปิ ดลงทะเบี ยน “คนละครึ่งเฟส 3” อีก 16 ล้านสิทธิ์ เดือน พ.ค.นี้ ขณะที่บทสรุปโครงการ

“ยิ่ งใช้-ยิ่ งได้” คนละ 7,000 บ าท อาจเป็นการคืนเงิ นค่ าสินค้ า

ย้ำประชาช นคิดให้ดีก่อนใช้สิทธิ ใช้ได้แค่ 1 คน 1 โครงการ

นางส าวกุลย า ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษก กระทรวงการคลัง

เปิ ดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอร ายละเอียดมาตรการเยี ย วย าประชาช นกรณีCV

เพิ่มเติมในที่ประชุม ครม. สัปดาห์หน้า โดยมาตรการเยี ย วย าเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ

มี 2 โครงการ คือ โครงการ “เร าช นะ” กลุ่มเป้าหมาย 32.9 ล้านคน และ

โครงการ “ม.33 เร ารักกัน” กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 9.29 ล้านคน

โดยรั ฐบ าลจะเพิ่มวงเงิ นให้อีกคนละ 2,000 บ าท และโอนเงิ นให้ผู้ได้รับสิทธิ์ภายในเดือน พ.ค.นี้

โดยสามารถนำเงิ นไปใช้จ่ ายได้ถึงสิ้นเดือนมิ.ย.นี้

ส่วนมาตรการที่เหลือ ที่คณะรั ฐมนตรี (ครม.)

ได้อนุมั ติหลักการมาตรการเยี ย วย าช่วยเหลือและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ใน 4 มาตรการ

ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือน ก.ค.-ธ.ค.2564 ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย

จะประกอบด้วยโครงการแรก “คนละครึ่ง เฟส 3” โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 31 ล้านคน

แบ่งเป็นผู้ที่เคยได้สิทธิ์ ในโครงการคนละครึ่งเฟส 1 และ เฟส 2 จำนวน 15 ล้านคน

โดยกลุ่มนี้ไม่ต้องลงทะเบี ยนใหม่ ส่วนกลุ่มคนที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์คนละครึ่งอีก 16 ล้านคน

จะต้องลงทะเบี ยนใหม่ ซึ่งจะเปิ ดให้ลงทะเบี ยนภายในเดือน พ.ค.นี้

ขณะที่รูปแบบการใช้จ่ายจะเหมือนเดิม คือ รั ฐบ าลจะโอนเงิ นเข้าแอปพลิเคชัน

เป๋าตังให้วันละ 150 บ าท ทุกวันจนครบ 3,000 บ าท

ขณะที่ประชาช นก็ต้องโอนเงิ นเข้าเป๋าตังด้วยเช่ นกันเท่ากับจำนวนที่รั ฐโอนให้

ซึ่งเงิ นที่จ่ายออกไป ก็จะเป็นคนละครึ่ง

ขณะที่โครงการที่ 2 คือ การให้เ งินเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรั ฐ

กลุ่มเป้าหมาย 13.65 ล้านคน และโครงการที่ 3 เพิ่มกำลังซื้อให้ผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ

กลุ่มเป้าหมาย 2.5 ล้านคน โดยรั ฐบ าลจะโอนเ งินเพิ่มให้เดือนละ 200 บ าท เป็นเวลา 6 เดือน

สุดท้ายโครงการที่ 4 หรือโครงการ “ยิ่ งใช้ ยิ่ งได้” กลุ่มเป้าหมาย 4 ล้านคน

มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ผู้มีกำลังซื้อหรือผู้มีร ายได้สูง

นำเงิ นมาใช้จ่ายในร้ านค้ าหรือร้ านอาหารที่จดทะเบี ยนภาษีมูลค่ าเพิ่ม

โดยรั ฐ บ าลจะสนับสนุน E-Voucher สูงสุด 7,000 บ าทต่อคน

ซึ่งจะเป็นลักษณะของการให้เงิ นคืนจากการซื้อสินค้ าในอัตร า 10-15%

อยู่ระหว่างการหาข้อสรุป เช่ น ใช้จ่าย 10,000 บ าท จะได้วงเงิ นคืน 1,000-1,500 บ าท

โดยจะได้เ งินโอนคืนเข้าแอก “เป๋าตังค์” ในอัตร าสูงสุดไม่เกินคนละ 7,000 บ ท

อย่ างไรก็ตาม รูปแบบโครงการ “ยิ่ งใช้ ยิ่ งได้” ยังไม่ชัดเจน ยังต้องขอศึกษาร ายละเอียดก่อน

อย่ างไรก็ตาม ประชาช นจะต้องเลือกรับความช่วยเหลือผ่านโครงการใด

โครงการหนึ่งระหว่างคนละครึ่งกับยิ่ งใช้ยิ่ งได้ เพียง 1 โครงการเท่านั้น

โดยมาตรการเยี ย วย ารอบของการฟื้นฟูนี้ ถือเป็นการช่วยเหลือที่ครอบคลุมประชากรมากที่สุดถึง 51 ล้านคน

ใช้งบประมาณรวมกว่า 225,500 ล้านบ าท เกิ ดเงิ นหมุนเวียน 473,000 ล้านบ าท

ซึ่งยังอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิ น 1 ล้านล้านบ าท

ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

เปิ ดเผยว่า มาตรการเยี ย วย าผลกระทบCV ที่ออกมา

ถือว่าทันเห ตุการณ์เพร าะขณะนี้ยอดผู้ติดเชื้อยังคงมีต่อเนื่อง

ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาช นและเศรษฐกิจ ปัจจัยสำคัญคือ

การแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาโดยเร็ว ซึ่งการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19

ตามที่รั ฐบ าลวางแผนไว้ 100 ล้านโดสในสิ้นปี นับเป็นเรื่องที่ดี

แต่หากเร็วขึ้นได้อีกก็จะยิ่ งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจมากขึ้น อย่ างไรก็ตาม

ในขณะนี้พบว่าประชาช นส่วนใหญ่มีความกังวลต่อการฉีดวัคซีนที่รั ฐบ าลจัดหาให้ว่าจะไม่ปลอดภั ย

จึงเห็นว่ารั ฐบ าลต้องเร่งสร้ างความรู้และความเข้าใจถึงความจำเป็นของการฉีดวัคซีนอย่ างเร่งด่วน