ไม่มีเงิ นเสี ยค่ าปรับ6,000บ าทกรณีไม่ส วมหน้ าก ากอน ามัยทำต ามนี้

ศึกษากฎหม าย กรณีไม่ส วมหน้ าก ากอน ามัยต ามประก าศจังหวัด หากต้องเสี ยค่ าปรับ 6,000 บ าท แต่ไม่มีเงิ นจ่ าย ต้องทำอย่ างไร?

วันที่ 27 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่ าวร ายงานกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา น ายกรั ฐมนตรีและรั ฐมนตรีว่าก ารกระทร วงกลาโหม

ถูกปรับเป็นเงิ น 6,000 บ าท หลังเปิ ดหน้ าก ากอน ามัย ระหว่ างก ารประชุมที่ปรึกษาเกี่ ยวกับก ารจัดหาและก ารกระจ ายวั คซี น

ซึ่งถือเป็นก ารฝ่าฝืน ประก าศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ให้ประชาช นในพื้นที่กรุงเทพมหานครส วมหน้ าก ากอน ามัยหรือหน้ าก ากผ้า

ทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถ าน หรือสถ านที่พำนัก เป็นความผิ ดต ามมาตร า 51 แห่ง พ.ร.บ.โ รคติดต่อ พ.ศ.2558

โดยน ายกรั ฐมนตรียินยอมให้เปรี ยบเที ยบปรับต ามที่กฎหม ายกำหนด

ทำไมน ายกฯเสี ยค่ าปรับแ ค่ 6 พันบ าท

ต่อมามีคำถ ามว่า เห ตุใดจึงปรับเงิ น พล.อ.ประยุทธ์ เพียง 6,000 บ าท

ทั้งที่ก่อนหน้ านี้ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับสูงสุด 20,000 บ าท

เรื่องนี้มีคำตอบ เมื่อพิจ ารณ าจ ากข้อมูลต ามบัญชีอัตร าก ารเปรี ยบเที ยบแนบท้ ายระเบี ยบคณะกร รมก ารโ รคติดต่อแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ก ารเปรี ยบเที ยบ 2563 ระบุถึงโทษความผิ ดต าม พ.ร.บ.โ รคติดต่อ 2558 ว่า

“มาตร า 51 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติต ามคําสั่งของเจ้ าพนักงานควบคุมโ รคติดต่อต ามมาตร า 34 (1) (2) (5)

หรือ (6), มาตร า 39 (1) (2) (3) หรือ (5), มาตร า 40 (5) หรือไม่อํานวยความสะด วกแ ก่เจ้ าพนักงาน

ควบคุมโ รคติดต่อต ามมาตร า 39 (5) ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บ าท”

มีก ารจำแนกอัตร าค่ าปรับใน 2 แบบ

แบบที่ 1 มาตร า 34 (5) หรือ (6) ครั้งที่ 1 จำนวน 6,000 บ าท ครั้งที่ 2 จำนวน 12,000 บ าท

และตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป 20,000 บ าท

แบบที่ 2 มาตร า 34 (1) (2), มาตร า 39 (1) (2) (3) หรือ (5), มาตร า 40 (5)

และมาตร า 39 (4) ปรับในอัตร าเดียว 20,000 บ าท

ดังนั้น ก ารเปรี ยบเที ยบปรับ พล.อ.ประยุทธ์ เพียง 6,000 บ าท นั้น สาเห ตุเพร าะเป็นความผิ ดครั้งแรก

ซึ่งกำหนดไว้ว่าปรับจำนวน 6,000 บ าท อย่ างไรก็ต าม หากพบกระทำผิ ดเป็นครั้งที่ 2 จะปรับมากกว่าเดิม 2 เท่า

คือ 12,000 บ าท และ ตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป ปรับเต็มจำนวนที่ 20,000 บ าท

ค นทั่วไปไม่มีเงิ นเสี ยค่ าปรับ 6 พัน ต้องทำอย่ างไร?

มติช นสุดสัปดาห์ อธิบ ายเรื่องนี้ โดยยกตัวอย่ างกรณี ผู้ใหญ่บ้ าน อำเภอบ างปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธย า นำตัวผู้ต้องหาคือ

พ่ อค้ าแ ม่ค้ าข ายกะทิในตล าดสดแห่งหนึ่ง ที่ไม่ส วมใส่หน้ าก ากอน ามัยขณะอยู่นอกเคหสถ าน ขัดกับคำสั่งของผู้ว่าร าชก ารจังหวัด

มาให้พนักงานสอบสวนเปรี ยบเที ยบปรับ ซึ่งพนักงานสอบสวนเปรี ยบเที ยบปรับเป็นเงิ น 500 บ าท

แต่ต่อมา ผู้บัญชาก ารตำร วจภูธรภ าค 1 แถลงว่า เป็นความเข้ าใจผิ ดของพนักงานสอบสวน ที่เข้ าใจว่ามีอำน าจเปรี ยบเที ยบปรับได้เอง

จึงสั่งปรับเป็นเงิ น 500 บ าท ทั้งที่จริงต้องปรับ 6,000 บ าท จึงให้เพิกถอนก ารปรับ แล้วให้ส่งฟ้องศ าลแทน

ซึ่งคำพิพากษาศาลชั้นอุทธรณ์วินิจฉัยว่า กรณีนี้เป็นก ารกระทำความผิ ด พ.ร.บ.โ รคติดต่อ พ.ศ. 2558 มาตร า 34(6) มีโทษอยู่ที่มาตร า 51

โดยที่มาตร า 34 บัญญัติว่าสาระของก ารกระทำที่เป็นความผิ ดไว้ว่า เพื่อประโย ชน์ในก ารป้องกันและควบคุมโ รคติดต่อ

เมื่อเกิ ดโ รคติดต่ออันตร ายหรือโ รคระบ าดหรือมีเห ตุสงสัยว่าได้เกิ ดโ รคติดต่ออันตร ายหรือโ รคระบ าดในเขตพื้นที่ใด

ให้เจ้ าพนักงานควบคุมโ รคติดต่อในพื้นที่นั้น มีอำน าจที่จะดำเนินก ารเองหรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ใดดำเนินก าร

ต่อไปนี้ (6) ห้ ามผู้ใดกระทำก ารหรือดำเนินก ารใด ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิ ดสภ าวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โ รคติดต่ออันตร ายหรือโ รคระบ าดแพ ร่ออกไป

สำหรับโทษนั้น ดูที่มาตร า 51 ซึ่งบัญญัติโทษไว้ว่า ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติต ามคำสั่งของเจ้ าพนักงาน

ควบคุมโ รคติดต่อต ามมาตร า 34(6) ต้องระว างโทษปรับไม่เกิน 20,000 บ าท

สรุปว่า มีโทษปรับอย่ างเดียวไม่เกิน 20,000 บ าท ไม่มีโทษจำคุก

กฎหม ายนี้ยังบัญญัติไว้ว่า คดีนี้อ าจยุติเพี ยงชั้นเจ้ าพนักงานก็ได้ ไม่ต้องไปศ าลให้ยุ่งย าก หากผู้ต้องหายินดีชำระค่ าปรับ

คดีอาญาก็เลิกกัน-จบ ต ามมาตร า 57 ที่ระบุว่า บรรดาความผิ ดต ามพระร าชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถ านเดียว

หรือมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหม ายมีอำน าจเปรี ยบเที ยบได้

ทั้งนี้ ต ามหลักเก ณฑ์ก ารเปรี ยบเที ยบที่คณะกร รมก ารกำหนด

เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงิ นค่ าปรับต ามจำนวนที่เปรี ยบเที ยบภ ายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีก ารเปรี ยบเที ยบแล้ว

ให้ถือว่าคดีเลิกกันต ามประม วลกฎหม ายวิธีพิจ ารณ าความอาญา

จะเห็นได้ว่า ความผิ ดต ามมาตร า 34(6) อันมีโทษต ามมาตร า 51 นั้น มีโทษปรับสถ านเดียว สอดคล้ องกับมาตร า 57 บัญญัติไว้

ความผิ ดลักษณะนี้ที่ศ าลชั้นอุทธรณ์เคยวินิจฉัยว่าเป็นความผิ ดนั้น สาม ารถเปรี ยบเที ยบปรับได้ในชั้นเจ้ าพนักงาน ไม่ต้องนำคดีสู่ศ าลก็ได้

มาถึงตรงนี้ หลายค นคงสงสัยว่า แล้วทำไมคดีที่อยุธย า ตำรวจต้องคืนค่ าปรับ 500 บ าท พร้ อมกับแถ ลงว่า

พนักงานสอบสวนเข้ าใจผิ ด พนักงานสอบสวนไม่สาม ารถปรับ 500 บ าทได้

แต่ต้องปรับขั้นต่ำ 6,000 บ าท ทั้งที่ 500 บ าท ก็ไม่เกิน 20,000 บ าท

คำตอบต้องกลับไปดูที่มาตร า 57 วร รคสองที่บัญญัติว่า ทั้งนี้ ต ามหลักเก ณฑ์ก ารเปรี ยบเที ยบที่คณะกร รมก ารกำหนด

ซึ่ง “คณะกร รมก าร” ในที่นี้ คือ คณะกร รมก ารโ รคติดต่อแห่งชาติ (มาตร า 4 พ.ร.บ.โ รคติดต่อ 2558)

ในก ารนี้ คณะกร รมก ารโ รคติดต่อแห่งชาติได้กำหนดอัตร าก ารเปรี ยบเที ยบไว้ในบัญชีท้ าย ระเบี ยบคณะกร รมก ารโ รคติดต่อแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเก ณฑ์ก ารเปรี ยบเที ยบ พ. ศ. 2563 โดยกำหนดให้ ก ารฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติต ามคำสั่งของเจ้ าพนักงาน

ควบคุมโ รคติดต่อต ามมาตร า 34(6) ระว างโทษปรับไม่เกิน 20,000 บ าท มีอัตร าค่ าปรับกำหนดให้เปรี ยบเที ยบ คือ

ทำผิ ดครั้งที่ 1 ปรับ 6,000 บ าท

ทำผิ ดครั้งที่ 2 ปรับ 12,000 บ าท

ทำผิ ดครั้งที่ 3 เป็นต้นไป ปรับ 20,000 บ าท

คดีที่อยุธย าพนักงานสอบสวนจึงปรับเพี ยง 500 บ าทไม่ได้ ต้องปรับ 6,000 บ าท แต่เงิ น 6,000 บ าท

สำหรับผู้ต้องหาบ างค นอาจจะเยอะเกินไป เคยได้ยิ นว่ามีข่ าวที่ศาลปรับแค่ 500 บ าท ถ้าอย่ างนั้นให้ส่งเรื่ องไปฟ้องศ าลดีกว่า

ซึ่งจะเสี ยเวลาหน่ อย เมื่อคดีไปศาลแล้วค่อยไปรับส ารภ าพเอาที่ศ าล

ศ าลมีอำน าจมีดุลพินิจกำหนดค่ าปรับได้ ไม่ขึ้นกับค่ าปรับต ามเก ณฑ์ที่คณะกร รมก ารกำหนด ผู้ต้องหาอ าจเสี ยค่ าปรับต่ำกว่า 6,000 บ าท

ส่วนกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ อาจมองว่าก ารไปศ าลนั้นยุ่งย าก เสี ยเวลา เงิ นก็มี จ่ ายค่ าปรับ 6,000 บ าท คดีจะได้จบ สบ ายใจกว่า

ข้อมูลprachachat