ฮือฮา ปร ากฏการณ์น้ำโขงสีคร าม สาเ หตุมาจากอะไร

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักข่า วไทย ร ายงานว่า น้ำโขงในหลายจังหวัดในภาคอีสานเ กิดการเปลี่ยนแปลง

โดยมีระดั บน้ำลดลงอย่ างรวดเร็ว ล่าสุดอยู่ที่ระดั บต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร ส่งผลให้บ างจุดเ กิดสันดอนทร ายเป็นพื้นที่กว้าง

น้ำในแ ม่น้ำไม่ไหลเชี่ยว จนทำให้น้ำมีสีฟ้าคร ามคล้ายสีทะเล จนเป็นที่ฮือฮาของประชาช นและนักท่องเที่ยว

ต่างพากันไปชมความสวยงามกันเป็นจำนวนมากนั้น

ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตร าจารย์ ดร.ณัฐ มาแจ้ง ภาควิชาวิศวก รรมทรั พย ากรน้ำ คณะวิศวก รรมศาสตร์ มหาวิทย าลัยเกษตรศาสตร์

ได้อธิบ ายสาเ หตุของปร ากฏการณ์ดังกล่าวว่า สาเ หตุที่น้ำในแ ม่น้ำโขงมีความใสจนเห็นเป็นสีฟ้าในฤดูแล้ง

เ กิดจากการยกระดั บของน้ำหน้าเขื่อนไซยะบุรีเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า หลังจากเขื่อนแห่งนี้ก่อสร้ างเสร็จในปี 2562 ในเขตประเทศ สปป.ลาว

พื้นที่ระหว่างภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยเขื่อนไซยะบุรีไม่ได้สร้ างเพื่อกับควบคุมปริมาณน้ำ

แต่มีหน้าที่หลักในการกั้นแ ม่น้ำโขงเพื่อยกระดั บน้ำสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อให้น้ำเหนือเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้ามีระดั บสูงขึ้น

ทำให้สามารถยิ่งผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น

ดังนั้น ในฤดูแล้งซึ่งมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างน้อย ทำให้ตะกอนหนักที่ถูกพัดพามากับกระแสน้ำตกลงตั้งแต่พื้นที่ขอบอ่าง

ทำให้น้ำที่ปล่อยผ่านเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าของเขื่อนไซยะบุรีจึงใส ไม่มีตะกอน น้ำที่ไหลลงมาสู่พื้นที่ตอนล่างตั้งแต่ จ.เลย

ลงไปจนถึง จ.อุบลร าชธานี จึงมีความใสเป็นสีฟ้า

ขณะที่ หน่วยงานประมง จ.นครพนม ได้เผยสาเ หตุว่า น้ำโขงสีคร ามคล้ายทะเลเป็นปร ากฏการณ์ธรรมชาติ เป็นตั วบ่งชี้ถึงวิกฤตน้ำโขง

ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ จะเ กิดความเ สียหายในอนาคต เนื่องจากน้ำโขงไม่ไหลเวียนและตกตะกอน

จากผลกระทบในการสร้ างเขื่อนของประเทศเพื่อนบ้ าน และจะส่งผลกระทบต่อปลาน้ำโขงที่จะสูญพันธุ์ในอนาคต

ระบบนิเวศแ ม่น้ำโขงถูกทำลายสิ้นเชิงหากไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากธรรมชาติของน้ำโขงจะต้องไหลเวียนสีขุ่น

จึงจะทำให้มีความอุดมสมบูรณ์จากแพลงตอนในน้ำ

และจะทำให้ชาวประมงในน้ำโขง รวมถึงผู้เลี้ยงปลาในกระชังได้รับผลกระทบ เนื่องจากแ ม่น้ำโขงจะมีปริมาณออกซิเจนต่ำ

เ สี่ยงต่อปั ญหาน็อกน้ำต าย และหาปลาแ ม่น้ำโขงย ากขึ้น เพร าะเ กิดการสูญพันธุ์ เนื่องจากปลาจะไม่สามารถไปวางไข่ต้นน้ำได้

ซึ่งปัจจุบันปลาเริ่มสูญพันธุ์ไปแล้วกว่า 100 ช นิด

ข้อมูลจาก สำนักข่า วไทย